ใครคือเซนเตอร์ที่ดีที่สุดตลอดกาล

ในประวัติศาสตร์ของ Premier League  ถือว่ามีเซนเตอร์แบ็กมากมายหลายคน ที่ถูกยกให้เป็นผู้เล่นระดับขึ้นหิ้ง 
และหากถามว่า “ใครคือเซนเตอร์ที่ดีที่สุดตลอดกาล?” เชื่อว่าคำตอบต้องแตกออกไปเป็นหลายเสียงแน่  ufa1688
คนบางส่วนอาจจะพูดว่าเป็น เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ซึ่งกลายเป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับเกมรับของ หงส์แดงลิเวอร์พูล ไปสู่แชมป์ยุโรปสมัยที่ 6 ตามด้วยแชมป์ลีกสูงสุดหนแรกในรอบ 30 ปี 
หรือย้อนไปไกลก่อนหน้านี้ อาจจะเป็น แว็งซ็องต์ ก็องปานี ซึ่งเพิ่งประกาศแขวนสตั๊ดหมาดๆ จากการเคยเป็นกัปตันทีม  Manchester City  ชุดแชมป์ Premier League ถึง 4 สมัย
บางพวกอาจเชิดชู จอห์น เทอร์รี่ อดีตกัปตันทีมเชลซี ซึ่งเป็นผู้เล่นที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ขาดไม่ได้ ในการพาสิงบลูคว้าแชมป์ลีกถึง 3 สมัยในยุคที่เขาเป็นกุนซือ 
ยังไงก็ตาม ความเป็นจริงก็คือ เซนเตอร์แบ็กเจ้าของ Stats คว้าแชมป์ Premier League ได้เยอะที่สุดตลอดกาลคือ ริโอ เฟอร์ดินานด์ เพียงผู้เดียวเท่านั้น
ริโอ คว้าแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีถึง 6 สมัย ในช่วงที่เล่นให้กับ Manchester United โดยที่เซนเตอร์แบ็กคนอื่นๆ ไม่เคยมีใครได้แชมป์ Premier League มากกว่า 5 ครั้งเลยสักคน
___________________________
ย้อนไปสมัยที่ ปีศาจแดง ยังมี เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เป็นนายใหญ่ แม้จะคว้าแชมป์ได้แบบเป็นกอบเป็นกำ แม้จะเสริมทัพด้วยดาวดังนับไม่ถ้วน แต่ป๋าเฟอร์กี้ไม่ใช่กุนซือที่จะยอมจ่ายเงินซื้อใครในราคาระดับ 30 ล้านปอนด์ง่ายๆ
เจ้าของ Stats นักเตะค่าตัวแพงที่สุดที่ เฟอร์กูสัน เคยเซ็นสัญญาด้วยคือ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ อดีตสไตเกอร์ทีมชาติบัลแกเรีย ที่ย้ายจาก ไก่เดือยทอง ในปี 2008 ด้วยค่าตัว 30.75 ล้านปอนด์
ส่วนนักเตะค่าตัวแพงที่สุดเป็นอันดับ 2 ในชีวิตการคุมทัพของบรมกุนซือชาวสกอตติช ก็คือ ริโอ เฟอร์ดินานด์ คนนี้นี่เอง 
นี่คือนักเตะที่เคยเป็นกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลก และเป็นผู้เล่นชาวเมืองผู้ดีที่ค่าตัวแพงที่สุดถึง 2 ครั้ง นั่นหมายความว่า วงการฟุตบอลให้การยอมรับเขาเป็นอย่างสูงมาตั้งแต่สมัยยังเป็นดาวรุ่ง จนกระทั่งแขวนสตั๊ดไปด้วยการเป็นตำนานอย่างแท้จริง
___________________________
ริโอ เฟอร์ดินานด์ เป็นเหมือนกับนักฟุตบอลหลายๆ คน ที่ต้องต่อสู้เพื่อหลุดพ้นจากความยากจนในวัยเด็ก
ตอนที่เขาลืมตาดูโลก เจนิซ ลาเวนเดอร์ คุณแม่ชาวไอริชยังอายุแค่ 17 ปี ส่วน จูเลี่ยน เฟอร์ดินานด์ คุณพ่อของเขา เป็นชาวเซนต์ลูเซียลูกครึ่งแอฟริกันที่ย้ายเข้าไปทำงานใน England 
คุณพ่อกับคุณแม่ของ เฟอร์ดินานด์ ไม่เคยแต่งงานกัน ทั้งคู่มีลูกชายพร้อมกัน 2 คนซึ่งใช้นามสกุลของพ่อ ได้แก่ ริโอ เฟอร์ดินานด์ และ แอนทอน เฟอร์ดินานด์ โดย ริโอ เกิดก่อนประมาณ 5 ปี 3 เดือน
ครอบครัวเฟอร์ดินานด์ คือครอบครัวคนจนที่ต้องทำงานหนักในย่านเพ็คแฮม (ทางใต้ของกรุงลอนดอน) 
คุณพ่อของเขาทำงานหลายอย่าง ตั้งแต่กลางวันยันกลางคืน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานตัดเย็บเสื้อผ้า, รปภ. และการ์ดไนท์คลับ ส่วนคุณแม่ทำงานเป็นแม่บ้านดูแลเด็ก 
___________________________
จากบทสัมภาษณ์ของ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ที่ให้ไว้กับ เดอะ การ์เดี้ยน เมื่อปี 2014 เขาพูดว่าพ่อกับแม่แยกทางกันตั้งแต่เขายังเล็ก แต่นั่นกลับเป็นเรื่องที่ทำให้เขาเติบโตมาอย่างเข้มแข็งขึ้น
“คุณพ่อย้ายออกจากบ้านตอนที่ผมอายุแค่ 9 ขวบ พ่อกับแม่ไม่เคยทะเลาะกันอย่างจริงจังเลย”
“ในตอนนั้นพ่อแค่กล่าวว่า “พ่อจะจากที่นี่ไปสักพักนะ แต่พ่อจะกลับมาและเจอลูกอีกแน่นอน” ผมไม่ค่อยเข้าใจ และปล่อยพ่อไปตามทางของเขา” 
“ผมไม่เคยเข้าใจจริงๆ ว่าทำไมพ่อกับแม่ถึงเลิกกัน แต่มันก็คือเรื่องของพวกเขา”
“ตอนแรกผมคิดว่าการแยกทางกันของพ่อแม่ มันหมายความว่าผมจะบ้านแตก แต่ท้ายที่สุดมันก็ไม่ได้รู้สึกแบบนั้น พ่อตัดสินใจอย่างมีสติที่จะอาศัยอยู่ใกล้ๆ เรา เขาเคยคิดเกี่ยวในการกลับไปที่เซนต์ลูเซีย แต่เขารู้ดีว่าเขาทิ้งลูกเขาไปไม่ได้”
“ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับพ่อกลับยิ่งสนิทกันขึ้นตั้งแต่วันที่พ่อย้ายออกไป ผมไม่รู้ว่าทำไม แต่พ่อคือเพื่อนที่ดีที่สุดของผม”
แม้ว่า จูเลี่ยน เฟอร์ดินานด์ กับ เจนิซ ลาเวนเดอร์ จะเลิกเป็นคู่ชีวิตต่อกัน แต่สถานะความเป็นพ่อแม่ของ ริโอ และ แอนทอน ฟันธงว่าไม่มีอะไรบนโลกนี้ที่จะเปลี่ยนแปลงมันได้
แม้ว่าพ่อกับแม่ของพวกเขาจะเลิกกันไปแล้วแต่ก็ยังคบกันเป็นเพื่อนได้ ซึ่งหลังต่อไป ต่างคนต่างมูฟออนไปมีคนใหม่ และมีลูกพร้อมกันกับคนรักใหม่ของแต่ละคน ทำให้สายสัมพันธ์ของครอบครัวของ เฟอร์ดินานด์ มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม 
___________________________
บางทีการที่เด็กชาย ริโอ เฟอร์ดินานด์ กลับสนิทกับพ่อมากขึ้นหลังจากเลิกรากับแม่ของเขา น่าจะเป็นเพราะมีฟุตบอลเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์
คุณพ่อมักพาริโอไปเตะฟุตบอลที่สวนสาธารณะมาตั้งแต่ยังเล็ก และยังช่วยส่งเสียให้เขาได้รับการหาความรู้ที่ดีไม่ให้ขาด
ริโอ เรียนระดับชั้นประถมที่โรงเรียนคาเมล็อต โดยชื่นชอบวิชาคณิตศาสตร์ ก่อนจะขยับไปเรียนระดับมัธยมที่แบล็คฮีธ 
ในวัยมัธยมนี้เอง ที่ริโอได้ฝึกความยืดหยุ่นของร่างกายด้วยวิชายิมนาสติก และยังได้เรียนศิลปะการแสดงอย่างวิชาการละคร และการเต้นบัลเล่ต์ด้วย 
หลายคนอาจไม่รู้ว่าในสมัยเด็ก ริโอ เฟอร์ดินานด์ เคยเป็นนักกีฬายิมนาสติกของเขตลงแข่งรายการ ลอนดอน ยูธ เกมส์ มาแล้ว
ยังไงก็ตาม เส้นทางสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพเริ่มต้นตอนที่เขาอายุ 10 ขวบ เมื่อได้รับโอกาสจากสโมสรในเมืองหลวงอย่าง ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส เชิญไปซ้อมกับทีมอะคาเดมี่
นอกจากคิวพีอาร์แล้ว หลังต่อไปริโอได้โอกาสไปซ้อมร่วมกับทีมในกรุงลอนดอนอีกหลายๆ ทีม ไม่ว่าจะเป็น เชลซี, ชาร์ลตัน และ มิลล์วอลล์ โดยตำแหน่งที่เขาเล่นในสมัยเป็นแข้งเยาวชนไม่ใช่กองหลัง แต่เป็นมิดฟิลด์ตัวรุก
ยังไงก็ตาม ด้วยสรีระที่สูงโย่ง ทำให้แมวมองของ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เชื่อว่าเด็กคนนี้เหมาะจะเป็นเซนเตอร์แบ็กอนาคตไกลของทีมในวันข้างหน้ามากกว่า ก่อนที่ทีมขุนค้อนจะได้ตัวเข้าสู่อะคาเดมี่ในปี 1992 ตอนที่ ริโอ เฟอร์ดินานด์ อายุย่างเข้า 14 ปี
ผู้ทำหน้าที่แมวมองแล้วไปค้นพบพรสวรรค์ของ ริโอ ก็คือ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ซีเนียร์ ซึ่งเป็นพ่อบังเกิดเกล้าของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด จูเนียร์ ตำนานห้องเครื่องแดนกลางและเป็นกุนซือคนทุกวันนี้ของสิงห์บลู
ซึ่งหลังต่อไป เรื่องราวมหัศจรรย์มากมายของแนวรับอนาคตไกลคนนี้ก็ได้เริ่มต้นขึ้น

ริโอ เฟอร์ดินานด์ ถือเป็นดาวเตะลูกหม้อของ เวสต์แฮม รุ่นเดียวกับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด
เขาฉายแววให้เห็นว่าพร้อมขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของทีมขุนค้อนอย่างเต็มตัวตั้งแต่ตอนเป็นดาวเตะวัยทีนเอจ ด้วยการนำทีมเยาวชนของ เวสต์แฮม เข้าชิง เอฟเอ ยูธ คัพ ปี 1996 แม้จะแพ้ หงส์แดง ที่มี ไมเคิ่ล โอเว่น และ เจมี่ คาร์ราเกอร์ ไปอย่างน่าเสียดายก็ตาม
วันที่ 5 พฤษภาคม 1996 ซึ่งเป็นเกม Premier League นัดปิดซีซั่น โดยเวสต์แฮมเปิดบ้านเสมอกับ เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ 1-1 ริโอได้โอกาสลงสนามให้ทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรก ด้วยการถูกเปลี่ยนตัวลงไปแทน โทนี่ ค็อตตี้ 
ต่อไปฤดูกาล 1996-97 เขาได้รับโอกาสลงสนามบ่อยขึ้น เมื่อถูกกุนซืออย่าง แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ ส่งลงสนามถึง 17 นัดรวมทุกรายการ โดยช่วงระหว่างกลางซีซั่น เขาถูกส่งไปให้ บอร์นมัธ ยืมตัวไปใช้งานในศึกดิวิชั่น 2 เดิม (ลีก วัน ในทุกวันนี้) เป็นเวลา 2 เดือนด้วย
แต่ฤดูกาลที่ถือว่า ริโอแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวให้ทีมขุนค้อนก็คือซีซั่น 1997-98 ตอนที่อายุเพียง 19 ปี เมื่อเขาเป็นผู้เล่นที่ลงสนามให้ เวสต์แฮม รวมทุกรายการเยอะที่สุดในฤดูกาลนั้น โดยเป็นการลงสนามใน Premier League มากถึง 35 เกม พร้อมนำทีมจบฤดูกาลด้วยอันดับ 8
ในช่วงระหว่างฤดูกาลดังกล่าว ริโอ เฟอร์ดินานด์ ได้ทำลาย Stats เป็นกองหลังอายุน้อยที่สุดที่ได้ลงสนามให้ทีมชาติ England ชุดใหญ่ เมื่อถูกส่งลงรับใช้ชาตินัดที่หนึ่งในเกมอุ่นเครื่องพบกับ แคเมอรูน เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 1997 ก่อนที่ Stats ดังกล่าวจะถูก ไมกาห์ ริชาร์ดส์ อดีตกองหลัง  เรือฝบสีฟ้า ทำลายลงทีหลังในปี 2006
ผลงานทั้งหมดที่ว่ามาทำให้กองหลังดาวรุ่งรายนี้คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสรในฤดูกาล 1997-98 ไปครอง และมีชื่อติดหนึ่งใน 22 นักเตะทีมชาติเมืองผู้ดีชุดสู้ศึกฟุตบอลโลก ฟร้องซ์ 98 
หลังจากใช้ชีวิตอยู่กับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด นาน 8 ปีตั้งแต่เป็นนักฟุตบอลอะคาเดมี่ จนกระทั่งลงสนามให้ทีมชุดใหญ่ไปทั้งหมด 158 นัดรวมทุกรายการ มันก็ถึงเวลาที่เขาจะได้ย้ายไปหาความท้าทายใหม่ ในการเล่นบนเวทีระดับ  UEFA  แชมเปี้ยนส์ ลีก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *