กรณีของ”ลีโอแนล เมสซี่” กับตำนาน 4 ดาวเตะผู้จงรักภักดี

ใครจะคาดคิดว่าโคตรซุเปอร์สตาร์ประจำทีม "บาร์ซ่า" ผู้ทรงอิทธิพลที่ฝากชีวิตไว้กับสโมสรแห่งนี้ตั้งแต่เยาวชน จนแทบจะกลายเป็นสัญลักษณ์ทีม กลับหักด้ามพร้าด้วยเข่าขอจบตำนาน และยืนยันว่าขอย้ายทีมทันที โดยไม่ต้องรอหมดสัญญาในปี 2021

 ข้อเสนอของหัวหอกกัปตันทีมบาร์ซ่า ก่อนที่จะแจ้งกับ "โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว" ประธานสโมสร เรื่องย้ายทีมเวลานี้ ถือว่ายังเป็นเยื่อใยสุดท้ายที่จะมอบให้ทีมทีม

 เนื่องเพราะตามเงื่อนไขของสัญญาระหว่างเมสซี่ และ เจ้าบุญทุ่ม ที่สัญญาจะหมดในปี 2021 หากถึงตอนนั้นเขาสามารถย้ายทีมได้แบบฟรีๆ 

       

 แต่หากย้ายขณะนี้จะทำให้ทีมที่ต้องการตัวเขาไปร่วมทีม ต้องจ่ายเงินค่าฉีกสัญญา 700 ล้านยูโร

 และเมื่อถึงตอนนั้นหากมีเจ้าบุญทุ่มรายใหม่ที่ยื่นเข้ามา 20 ปีแห่งความหลังของการเข้ามาอยู่ตั้งแต่เยาว์ ก็จบลง 

 ย้อยไปเมื่อปี 2000 "บาร์ซ่า" เห็นแววเจ้าหนูร่างเล็กในวัย 13 ผู้ตกอยู่ในภาวะขาดฮอร์โมนการเจริญเติบโตขณะเล่นอยู่กับทีมเยาวชนสโมสรกีฬา นิวเวลส์โอลด์บอยส์ ในอาร์เจนติน่า จึงยื่นข้อเสนอในการช่วยรักษา

 4 ปี หลังต่อไป "เมสซี่" เปิดตัวเป็นผู้เล่นชุดใหญ่ "บาร์ซ่า" พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ทันที โดยเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่ทำประตูในลีก

 16 ปี ที่ผ่านมา" ลิโอเนล เมสซี่" ในวัย 33 ปี ลงเล่นให้ เจ้าบุญทุ่ม ไปแล้วถึง 731 นัด ยิงไป 634 ประตู และคว้าแชมป์ร่วมกับทีมไปแล้วถึง 33 ถ้วย

 ผลงานและฝีเท้าขนาดนี้ไม่มีใครจะทำให้ "เมสซี่" ออกจากทีมได้ นอกจากตัวเอง นักเตะที่กำลังจะเป็นตำนาน หากก้าวออกมาจากคัมป์นูช่วงไหน ความทรงจำ 16 ปี ในการค้าแข้งอาชีพและการมาอยู่ในชุดเยาวชน 4 ปี รวมแล้วถึง 20 ปี ก็มีแค่นั้น

  การตัดสินใจของ "เมสซี่" ทำให้หวนคิดถึงนักเตะดังผู้มีทางเลือก แต่ไม่ยอมออกจากสโมสรที่ชุบเลี้ยงและเขารัก ผู้สร้างตำนานที่ยืนยาวกว่า 20 ปี นานกว่าเด็กชายจากอาร์เจนที่มาตั้งแต่เยาว์วัย จะมีใครบ้าง

       

   

โรเจริโอ เซนี : เซาเปาโล : 23 ฤดูกาล

  "เซนี" คือผู้รักษาประตูที่ยิงติดทำเนียบดาวซัลโวของสโมสร เซา เปาโล ในบราซิล แม้เป็นปราการด่านสุดท้ายแต่กลับสามารถทำประตูได้อย่างมากมาย 

 ตลอดชีวิตในการค้าแข้ง "เซนี" คือนักเตะที่มีความจงรักภักดีต่อสโมสร "เซา เปาโล" รับใช้สโมสรนานถึง 23 ฤดูกาล พร้อมสร้างตำนานเป็นผู้รักษาประตูที่สามารถทำประตูได้เยอะที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอีกด้วย ด้วยการทำประตูไปได้ถึง 131 ประตู จากการลงเฝ้าเสาไปถึง 1,237 เกม

 พร้อมกันนี้ยังติดทีมชาติบราซิล 16 นัด และอยู่ในชุดแชมป์โลก 2002 

 ในช่วง 23 ปี ในการค้าแข้ง "โรเจริโอ เซนี" คือกัปตันทีมที่สามารถพาสโมสรคว้าแชมป์ลีกแดนบราซิล 3 สมัย และแชมป์โคปา ลิเบอร์ตาดอเรสอีก 2 ครั้ง

 หลังแขวนถุงมือในวัย 42 เมื่อปี 2015 "เซนี" ยังวนเวียนรับใช้สโมสร

 ล่าสุดรับบทบาทเป็นกุนซือของสโมสร เซา เปาโล ไปเรียบร้อย

        

  

ไรอัน กิ๊กส์ : Manchester United : 24 ฤดูกาล

 "ปีกพ่อมด" ไรอัน กิ๊กส์ เกิดมาพร้อมตำนานสารพัดแชมป์ของ "แมนเซสเตอร์ ยูไนเต็ด" ในยุคของกุนซือ "เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน" และเพื่อนร่วมรุ่นที่ค้าแข้งมากน้อยกว่ากันไม่กี่ปีอย่าง แกรี่ เนวิลล์ และ พอล สโคลส์ 

 เปิดตัวให้กับ แมนฯยูไนเตด ครั้งแรกในปี 1990  
ufa1688 ด้วยสไตล์ที่ไม่มีอะไรมาก คือ เลี้ยงจนสุดเส้นหลังแล้วเปิดบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษให้เพื่อนร่วมทีมหาโอกาสทำประตู แต่พรสวรรค์ความเร็วและคล่องจึงยากที่แนวรับฝ่ายตรงข้ามจะต่อกร 

 ตลอดระยะเวลา 24 ฤดูกาล "ไรอัน กิ๊กส์" เจ้าของเสื้อหมายเลข 11 ทำ Stats ลงสนามให้กับ แมนฯ ยู เยอะที่สุดในประวัติศาสตร์ 963 นัดทำได้ 168 ประตูกวาดแชมป์ Premier League  13 สมัย, เอฟเอ คัพ 4 สมัย, ลีก คัพ 3 สมัย, คอมมิวนิตี้ ชิลด์ 9 สมัย,  UEFA  ซูเปอร์ คัพ 1 สมัย,  UEFA  แชมเปี้ยนส์ลีก 2 สมัย และ ฟุตบอลสโมสรโลกอีก 1 สมัย

 หนึ่งในภาพจำเกมประทับใจคือนาทีที่ "ไรอัน กิ๊ก" ลากเดี่ยวมาจากครึ่งสนามเลี้ยงหลบกองหลังทีม "ไอ้ปืนใหญ่" คนแล้วคนเล่าจนเลี้ยงเข้าไปยิงแสกหน้า "เดวิด ซีแมน" นายทวารมือหนึ่งทีมชาติ เมืองผู้ดี ในสมัยนั้น อย่างได้สุดยอด พร้อมถอดเสื้อโชว์ขนหน้าอกเป็นการฉลองประตูชัยให้ Manchester United เอาชนะ ไอ้ปืนใหญ่ ไปในช่วงต่อเวลา 2-1 ศึก เอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ ปี 1999

 ประกาศเลิกเล่นในปี 2014 และในฤดูกาลนั้นเขามีโอกาสได้คุมทีม แมนฯ ยู ในช่วง 4 เกมสุดท้ายแทน เดวิด มอยส์ ที่ถูกไล่ออก กิ๊กส์ ทำผลงานได้ไม่เลวด้วยการนำทีมชนะ 2 เสมอ 1 และแพ้ 2 นัด ก่อนที่จะแขวนสตั๊ดในวัย 41 ปี 

 ทุกวันนี้เขารับหน้าที่เป็นกุนซือชาติเวลส์ ชาติบ้านเกิดของเขานั่นเอง

 
เปาโล มัลดินี่ : เอซี มิลาน : 25 ฤดูกาล

 กองหลังภูผาหินแห่งอัสซูรี่ "เปาโล มัลดินี่" เป็นสุดยอดตำนานของ "ปีศาสแดงดำ" เอซี มิลาน ที่หาคนเทียบได้ยาก

   Stats ลงสนาม 902 เกมกับสโมสรเดียวตลอดทั้งชีวิต เล่นฟุตบอลในระดับสูงได้ตลอดอาชีพการค้าแข้ง และถูกจารึกให้เป็นหนึ่งในกองหลังที่ดีที่สุดตั้งแต่โลกเคยมีมาอีกด้วย

 "มัลดินี่" ลงเล่นให้กับ "เอซี มิลาน" ครั้งแรกในปี 1984 ด้วยวัยแค่ 16 ปี โดยสวมเสื้อหมาลเลข 3 ต่อจาก "เซซาเร่ มัลดินี่" ผู้เป็นบิดาอดีตนักเตะ "มิลาน"

 ตลอดอาชีพการค้าแข้ง "มัลดินี่" ออกตัวแรงกับสื่อว่า เขาไม่เคยคิดที่จะย้ายทีมแม้แต่ครั้งเดียว 

 "เปาโล มัลดินี่" ปักหลักในยุครุ่งเรืองของ "มิลาน" คว้าแชมป์เซเรีย อา ไป 7 สมัย, โคปปา อิตาเลีย 1 สมัย, ซูเปอร์โคปปา อิตาเลีย 5 สมัย,  UEFA  ซูเปอร์ คัพ 4 สมัย,  UEFA  แชมเปี้ยนส์ลีก 5 สมัยและแชมป์สโมสรโลก 1 สมัย 

 ก่อนที่เขาจะประกาศแขวนสตั๊ดในปี 2009 ด้วยวัย 40 ปี

ฟรานเชสโก้ ต็อตติ : โรม่า : 25 ฤดูกาล

 "เจ้าชายหมาป่า" ฟรานเชสโก้ ต็อตติ จอมอัจฉริยะของ "อิตาลี" ผู้มีค่าตัวมหาศาลหากมีการย้ายทีม
 แต่ท้ายที่สุดสุดยอดกัปตันทีมคนเก่งของ "โรม่า" ผู้มากด้วยพรสวรรค์และฝีเท้าไม่เคยสนใจที่จะร่วมทีมยักษ์ใหญ่อย่าง "ราชันชุดขาว" หรือ "บาร์ซ่า"

 "ต็อตติ" ขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ของ โรม่า ในฤดูกาล 1992/93 ด้วยวัยเพียง 16 ปีเท่านั้น ก่อนกลายเป็นตัวหลักทั้งใน "โรม่า" และทีมชาติ "อิตาลี" ในเวลาต่อมา 

 ตลอดชีวิตการค้าแข้งของ ต็อตติ เขาลงสนามไปทั้งหมด 786 เกมทำไป 307 ประตู คว้าแชมป์เซเรีย อา 1 สมัยในปี 2001 และ โคปปา อิตาเลีย 2 สมัย

 ภาพรวมฝีเท้าเหนือกว่าถ้วยรางวัล แม้ว่าแชมป์ของ ต็อตติ กับ โรม่า อาจจะน้อยแต่ด้วยความจงรักภักดีของ ต็อตติ นั้นมันมีค่ามากกว่าแชมป์มากมาย ความเป็นนักสู้และฉายาเจ้าชายมาพร้อมในการยอมรับ

 วันที่ ต็อตติ ประกาศแขวนสตั๊ดอำลาสนามในปี 2017 มีการถ่ายทอดสด แฟนหมาป่าร่ำไห้อวยพร ล้วนแสดงถึงความรักและพูกพันธ์กับนักเตะผู้นี้

 ชีวิต 25 ฤดูกาลในถิ่น "โรม่า" เป็นความทรงจำและตำนานที่ยากจะลบเลือน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *